สืบเนื่องจากได้ติดตามข่าวคราวของอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ เรื่อง "พระพุทธเจ้า" ที่ลงทุนบานไปถึง 120 ล้านบาท พร้อมประกาศศักดาว่าเป็นอนิเมชั่นไทยฝีมือไทยแท้ๆ 100% ก็เลยเกิดความตื่นเต้น ลุ้นเต็มที่ว่าอนิเมชั่นไทยสองมิติจะได้เกิดก็คราวนี้

 แต่ด้วยเหตุขัดข้องบางประการจนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ไปนั่งดูในโรง จนผ่านมาสองเดือนเต็มก็ยังไม่ได้ไปดูของจริง ยกเว้นเทรลเลอร์ที่ออกมาให้ชมกันทั่วไปก่อนฉาย พร้อมๆ กับฟังคำบอกเล่าของคนรู้จักที่ไปดูๆกันมาแล้ว

 ในฐานะที่ไม่ได้ดูเอง ไม่ขอวิจารณ์เนื้อเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น(ถึงจะพอเดาได้) แต่อยากจะขอพูดถึงในส่วนของการ "อนิเมท" หน่อยละกัน

 ถึงจะไม่ได้ดู แต่หลังจากได้ชมตัวอย่างมาพอดูแล้ว ก็คิดว่าในตัวหนังทั้งเรื่องก็น่าจะคล้ายๆ กันในส่วนของการอนิเมทภาพ หรือ เรียกง่ายๆ คือ การเคลื่อนไหวของภาพในหนังนั่นเอง ขออภิสิทธิ์วิจารณ์นิดๆ ด้วยคันปาก

 ส่วนตัวไม่ได้สนใจกับลายเส้น หรือ การละเลงสี แต่อย่างใดนัก บอกตรงๆ ว่าเราเป็นคนดูอนิเมที่เนื้อเรื่องจริงๆ ภาพนั้นอาจจะช่วยดึงดูดใจในแรกเห็น แต่ถ้าเนื้อเรื่องห่วยก็คงไม่ดูเด็ด กับอนิเม "พระพุทธเจ้า" จะลายเส้นวอลท์ดิสนีย์ หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสำคัญ (ถึงส่วนตัวจะชอบลายเส้นแบบญี่ปุ่นมากกว่าก็เถอะ)

 อย่างที่บอกมาข้างต้น เราขอพูดถึงส่วนของการ "อนิเมท" ของอนิเมชั่น "พระพุทธเจ้า" เรื่องนี้ ซึ่งบอกตรงๆ ว่าทำออกมาได้ไม่คุ้มทุนเท่าใดนัก ถ้าจะอ้างว่าเป็นงานแรกมันก็อาจจะพอฟังได้ ถ้าหากคนฟังไม่เคยดูอนิเมชั่นไทยเรื่อง "สุดสาคร" มาก่อน ถ้าใครที่อายุขึ้นเลขสองคิดว่าคงจะเคยได้ดูได้ยินชื่อนี้กันมาบ้าง และต้องยอมรับในความอุตสาหะของผู้สร้างอนิเมชั่น "สุดสาคร" เรื่องนี้ ซึ่งก็คือ อ.ปยุต เงากระจ่าง ซึ่งท่านลงทั้งเงินทั้งแรงทำออกมาได้ความยาวถึง 1 ชั่วโมง(ถ้าเราจำไม่ผิดนะ) ซึ่งในยุคนั้นถือว่ายอดเยี่ยมกว่าอนิเมญี่ปุ่นด้วยซ้ำ

 เทียบกับทีมงานชุด "พระพุทธเจ้า" นี้ที่มีกว่า 60 คน ผ่านประสบการณ์ทำงานอนิเมชั่นต่างชาติมาแล้วจนโชกโชน พร้อมกับ เงินทุนหลักร้อยล้าน อีกทั้งมีงานอนิเมชั่นดีๆ งามๆ ที่ก้าวหน้ามาหลายระดับแล้วให้ดูให้ชมเป็นตัวอย่าง เป็นแนวทางให้เลือกปฏิบัติตามได้มากมาย ทำไมหนองานจึงออกมาได้ไม่ดีนัก

 คำว่า "ไม่ดี" นัก หมายถึง สตอรี่บอร์ด และ การเคลื่อนไหว ไม่ดี ไม่สวย ไม่คุ้มทุนนั่นเอง

 ถ้าจะให้เราวิเคราะห์ คงจะเป็นที่ คำว่า "ฝีมือคนไทย 100%"

 ที่อ้างเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเราดูถูกฝีมือคนไทย เรารู้ว่าคนไทยมีฝีมือ และสามารถทำอนิเมชั่นสองมิติให้ออกมาสวยงามดูดีระดับสากลได้ เพราะเราเองก็พอรู้จักคนไทยเก่งๆ ที่ทำงานอนิเมชั่นเรื่องดังๆ ให้ญี่ปุ่นมาแล้วมากมายเหมือนกัน เพียงแต่ปัญหามันอยู่ที "ระบบการดำเนินงาน"

 การทำอนิเมชั่นสองมิตินั้นไม่เหมือนกับสามมิติที่เพียงแค่สร้างโมเดลตัวละครขึ้นมาเสร็จแล้ว ก็จับมันเคลื่อนไหวโดยให้ตัวโปรแกรมประมวลผลออกมาให้เสร็จสรรพ แต่การทำสองมิติคือ "การวาดมือจริงๆ จะผิด จะเพี้ยน ก็ขึ้นอยู่กับมือและจินตนาการของผู้วาด" ถ้าผู้ทำจินตนาการภาพการเคลื่อนไหวไม่ออก อนิเมชั่นนั้นก็จบเห่

 ฉะนั้น การจะทำอนิเมชั่นสองมิติออกมาให้สวยงาม สมจริง(ไม่ได้หมายถึงว่าให้สมจริงเหมือนคนจริงๆ แต่หมายถึงให้เคลื่อนไหวออกมาอย่างราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น) ต้องอาศัย "ผู้มีประสบการณ์" สั่งสมการทำงานด้านนี้มาแล้วโชกโชนพอสมควร จึงจะสามารถเนรมิตการเคลื่อนไหวออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็นตามเนื้อเรื่อง

 ถึงตรงนี้ต้องอธิบายก่อนว่า การทำงานกับอนิเมชั่นสองมิตินั้น ไม่ใช่แค่การวาด แต่มันมีหลายขั้นตอนนัก

 อันดับแรก ต้องวางสตอรี่บอร์ด ซึ่งก็เหมือนกับการทำภาพยนตร์ทั่วไป

 อันดับสอง เมื่อวางสตอรี่บอร์ดเรียบร้อย ก็ต้องมาทำเก็งกะ เก็งกะก็คือการวางจังหวะการเคลื่อนไหวในแต่ละคัทว่าจะเป็นสเต็ปอย่างไร ใช้กี่วินาที ซึ่งตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญในการทำภาพให้ออกมาเคลื่อนไหวสวยงาม

 อันดับสาม เมื่อได้เก็งกะมาแล้ว ก็มาถึงการวาดโดกะ หรือ ก็คือวาดภาพเคลื่อนไหวทั้งหมดนั่นเอง ซึ่งคนวาดโดกะก็ต้องใช้จินตนาการสูง และรู้สเต็ปการเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น เดิน วิ่ง กระโดด น้ำ ไฟ รวมถึงกริยาเคลื่อนไหวของสัตว์อื่นๆ ซึ่งแตกต่างกันไปด้วย

 หลังจากได้โดกะมาเสร็จสรรพก็จะเป็นส่วนการลงสี เรียงเฟรม และนำไปตัดต่อให้ออกมาต่อเนื่องเป็นเรื่องเป็นราวต่อไป

 จะเห็นได้ว่างานสองมิตินั้นซับซ้อนกว่างานสามมิติหลายนัก คำว่า "ประสบการณ์" จึงมีความสำคัญยิ่ง พอเราได้เห็นงานเรื่อง "พระพุทธเจ้า" แล้วก็รู้สึกว่า เคลื่อนไหว "ไม่สวย" ซึ่งเหตุผลก็น่าจะเป็นที่อ่อนประสบการณ์ เราเชื่อว่า คนไทยเก่งการทำ "โดกะ" แต่ยังขาดบุคลากรด้าน "เก็งกะ" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการอนิเมท

 เราเองก็มานั่งคิด กับเงินทุนที่มีมากขนาดนี้ ทำไมไม่ลองจ้างบุคลากรต่างประเทศเก่งๆ สักหยิบมือหนึ่ง เป็นคนช่วยนำร่อง ซึ่งเราก็ขอแนะนำ บุคลากรชาวญี่ปุ่น ที่แนะนำญี่ปุ่นก็เพราะว่าตอนนี้ อนิเมชั่นสองมิติญี่ปุ่นคือ อันดับหนึ่ง เรากล้าพูดว่าอันดับหนึ่ง ก็เพราะว่าตอนนี้แม้แต่ดิสนีย์ก็ยังเลิกทำสองมิติ ไปจับแต่งานสามมิติ ส่วนงานสองมิติก็โยนมาให้ญี่ปุ่นทำให้ ถึงกับตั้งสตูดิโอวอลท์ดิสนีย์ที่ญี่ปุ่น บอกให้เลยว่า การ์ตูนดิสนีย์คลับที่ดูกันอยู่ทุกเช้าวันเสาร์นั้น ฝีมือญี่ปุ่น รวมถึงการ์ตูนฝรั่งอีกหลายๆ เรี่องก็ให้ญี่ปุ่นเป็นคนจัดการให้ทั้งนั้น

 แค่ลองเปิดใจสักนิด อย่ายึดติดกับคำว่า "ไทย 100%" นัก เชื่อว่า เราจะได้งานงามๆ มาเชยชม พร้อมกับเสียงตอบรับที่คิดว่าดีกว่าที่เป็นอยู่นี้แน่ และที่สำคัญเราจะได้เห็นว่าการทำงานอย่างมืออาชีพนั้นเขามีวิธีคิดอย่างไร ระบบของเขาเป็นอย่างไร ซึ่งเราสามารถเรียนรู้และนำมาพัฒนาเป็นทีมงานไทย 100 ที่มีประสิทธิภาพได้ในภายหลัง ไม่ใช่ให้มือสมัครเล่นมาเดาๆ กันเอง งานมันก็ออกมาแบบมือสมัครเล่นเท่านั้น ก็เหมือนให้นักเรียนมาสอนนักเรียนด้วยกันเอง จะสู้ให้ครูที่มีความรู้โชกโชนมาสอนได้อย่างไร

 ส่วนตัวเสียดายจริงๆ กับเงินและแรงที่ลงไป ไม่ใช่ว่างานไม่ดี เพียงแค่ยังไม่ดีพอเท่านั้น(กับทุนและเวลา)

 กับเงิน 120 ล้านนั้น สามารถสร้างกันดั้มซี้ด(ไม่เผา)ให้จบ 50 ตอน พร้อมเงินเหลืออีกก้อนได้เลย

 มีเส้นทางที่เขากรุยไว้ให้แล้ว ทำไมถึงเลือกลำบากไปในเส้นทางที่รกร้าง อยากปีกกล้าขาแข็งได้ก็ต่อเมื่อเราแข็งแกร่งพอ หากยังอ่อนแอก็เป็นได้แค่คนอวดดีเท่านั้นเอง

 นี่เป็นแค่ความคิดของคนๆ หนึ่งที่อยากเห็นอนิเมชั่นสองมิติของไทยพัฒนาและเติบโตไปอย่างที่ควรจะเป็น (สมควรแก่เวลาที่เสียไป) อย่าให้เป็นเหมือนฟุตบอลไทยเลย ที่ตอนนี้กับสิบปีที่แล้วเป็นอย่างไร ใครที่ติดตามอยู่น่าจะเข้าใจนะ

 คลิปตัวอย่าง อนิเมชั่นเรื่อง "พระพุทธเจ้า" เผื่อใครยังไม่เคยเห็น

http://video.mthai.com/player.php?id=23M1195923850M0

 เนื่องจากยังไม่ได้ดูหนังแบบเต็มๆ หากได้ดูเต็มๆ เมื่อไหร่จะกลับมารีวิวอีกครั้ง ความเห็นอาจเปลี่ยนแปลง ^_^;

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry